เพลง

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2558

WEEK9 POWER PUFF GIRLS

สวัสดีค่าเพื่อนๆทู้กกกกกกกคน ขอต้อนรับเข้าสู่เดือนสิงหาคม เดือนแห่งวันแม่นั่นเอง ยิ่งใกล้วันแม่ก็คิดถึงช่วงเวลาสมัยเด็กๆที่แม่เลี้ยงดูเราอย่างใกล้ชิดใช่มั้ยคะ แล้วถ้านึกถึงตอนเด็กๆเนี่ย วันๆก็ไม่ทำอะไร นั่งๆนอนกินนอนกินนอนแล้วก็กลิ้งไปมาวันละหลายๆรอบ แต่ที่สำคัญมากมากในตอนเด็กๆนั่นก็คือเวลาดะ ดะ ดะ ดู การ์ตูน อือหือออออออออ ช่างเป็นเวลาที่สบ๊ายสบาย
วันนี้ก็จะมาพูดถึงการ์ตูนเรื่อง power puff girls เป็นการ์ตูนที่ชอบที่สุดในสมัยเด็กๆ  ทั้งหนัง การ์ตูน องสะสม รวมถึงเกมส์ ก็จัดมาหมดแล้วค่ะ  ร้องเพลงได้ด้วยนะ จำได้ว่าตอนนั้นชอบมาก มากแบบมากเว่อๆมากที่สุด 55555 เขินจัง




มาเริ่มกันเลยดีกว่าเนอะๆ
พาวเวอร์พัฟเกิลส์ ซุปเปอร์ฮีโร่วัยจิ๊วที่เราคุ้นๆกันก็ไอเด็กตัวเล็กๆสามตัวที่มีสามสีละบินได้นั่นแหละคร้า พวกนางๆก็เกิดมาจากความไม่ตั้งใจของการทดลองที่ผิดพลาดของ ศจ.ยูโทเนียม โดย ศจ.ยูโทเนียม ต้องการเด็กหญิงสมบูรณ์แบบ โดยการผสมน้ำตาล เครื่องเทศ สารพัดของกุ๊กกิ๊ก และสารเคมี X โดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วเกิดเป็นเด็กหญิง 3 คนได้แก่ บลอสซัม บัตเตอร์คัพ และ บับเบิลส์  พวกนางเนี่ยก็มีพลังวิเศษเอาไว้คอยปกป้องเมืองทาวน์สวิลนะจ๊ะ
มาดูตัวละครกันดีกว่า

บลอสซัม (Blossom) สาวน้อยชุดชมพู นางก็มีบุคลิกที่เหมือนเป็นพี่สาว แต่จริงๆแล้วพวกนางก็เกดมาพร้อมกัน นางก็จะมีพลังวิเศษที่แตกต่างจากบัตเตอร์คัพ และ บับเบิลส์ ก็คือ มีพลังไอเย็นน้ำแข็ง ซึ่งอยู่ๆนางก็ได้มาในตอนไหนไม่ร็ที่เมืองทาวน์สวิลร้อนจัดๆ

บัตเตอร์คัพ (Buttercup) สาวน้อยผมสั้นสีดำ มาพร้อมกับชุดสีเขียวของนาง นางก็มีบทบาทเป็นสาวห้าวประจำพาวเวอร์พัฟเกิลส์

บับเบิลส์ (Bubbles) เด็กหญิงที่ผมสีทองแต่ในนั้นเห็นเป็นสีเหลืองจริงๆนะ ใส่ชุดสีฟ้า ตาสีฟ้า ชอบอุ้มตุ๊กตาปลาหมึกสีม่วง บับเบิลส์เด็กสาวที่เรียบร้อยน่ารักแต่น้อยกว่าความเอ๋อ ของนาง เป็นเด็กน่ารักที่สุดในกลุ่มพาวเวอร์พัฟฟ์เกิลส์ เป็นคนรักสัตว์ รักธรรมชาติ แต่เมื่อบับเบิลส์เกิดโมโหขึ้นมา ไม่สามารถมีใครหยุดยั้งเธอได้ เธอมีความสามารถในการ คุยภาษาสัตว์และภาษาอื่น ๆ เช่น ภาษาสเปน เป็นต้น


ศาสตราจารย์ยูโทเนียม (Professor Utonium)  เป็นผู้ให้กำเนิดเหล่าพาวเวอร์พัฟฟ์เกิลส์ ลักษณะของเขาคือชายหนุ่ม ตัวสูงโปร่ง เขาเป็นนักประดิษฐ์ที่มีความสามารถดีคนหนึ่ง ผลงานที่เขาทำส่วนใหญ่จะทำให้พวกพาวเวอร์พัฟฟ์เกิลส์ใช้ ทั้งยังเป็นพ่อที่ดีคนหนึ่งเลยทีเดียว ฉะนั้นเขาจึงเป็นพ่อตัวอย่างอีกคนหนึ่ง เขารักพวกพาวเวอร์พัฟฟ์เกิลส์เหมือนเป็นลูกสาว ทั้งยังคอยให้การเอาใจใส่ดูแลอย่างดี


มาดูในด้านตัวร้ายกันบ้าง

โมโจ โจโจ้      แทบจะเป็นตัวร้ายหลักของเรื่องเลยก็ว่าได้ เป็นลิงที่มีรอยหยักสมองมากกว่าข้าพเจ้าค่ะ นางก็ออกมาบ่อยมากกแทบจะมีทุกตอน  ในอดีตโมโจ โจโจ้ เคยเป็นผู้ช่วยห้องทดลองของศาสตราจารย์ยูโทเนียมที่ชื่อโจโจ้ แต่เป็นตัวป่วนที่ไปผลักศาสตราจารย์ยูโทเนียมให้ไปชนสารเคมี X จนแตกลงไปในส่วนผสมจนเกิดการระเบิด ทำให้โจโจ้ที่ได้รับสารเคมี X จนกลายเป็นบ้าแต่ฉลาดเป็นกรด และได้เปลี่ยนชื่อเป็นโมโจ โจโจ้


ฮิม      ปีศาจก้ามปูสีแดงที่มีพลังเหนือมนุษย์ มีพลังที่สามารถสร้างความเกลียดชังทุกคน และเป็นผู้ที่มีเสียงพูด 3 แบบ เช่น เสียงผู้หญิง เสียงปกติและ เสียงปีศาจ


Ameba Boys      เกิดมาจากการทดลองที่ผิดพลาด ทำให้เกิดแก็งอะมีบาขึ้น ซึ่งเป็นเชื้อโรคที่มีชีวิตแต่โง่ เคลื่อนไหวช้า ทำให้พาวเวอร์พัฟฟ์เกิลส์แทบไม่ต้องจัดการอะไรเลย


Princess (เจ้าหญิง)    นางเป็นเด็กนี่หน้าหมั่นไส้มากเอ้ยนางเป็นเหมือนเจ้าหญิงที่มีบิดาที่รวยมากจนยากขอเงินนางมาใช้ นางก้เคยชอบพาวเวอร์พัฟนะแต่ตอนหลังนางชอบทำลายเมืองเลยโดนสาวๆแบนเข้าให้ เลยต้องเนรเทศตัวเองออกจากกลุ่มแล้วนางก็หาทางแก้แค้นพวกสาวๆ

ฟอสซี ลัมกิ้นส์    ไอมนุษย์โบราณขนสีชมพู มีเสาที่หัวคล้ายแมลงเต่าทองใส่ชุดหมี มีนิสัยขี้ตืด เกลียดชังทุกคน ไม่ชอบให้ใครเข้าเขตที่อยู่ของเขา เมื่อโมโหตัวของฟอสซีจะขยายโต ตัวเป็นสีแดง และเป็นคนที่ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายของส่วนตัวของเขา มีเครื่องดนตรีประจำตัว คือ แบนโจ

แก๊งขี้ไคล    แก๊งวัยรุ่นตัวสีเขียวเคยเป็นมิตรกับบัตเทอร์คัพแต่ไม่สำเร็จ สมาชิกมี จี พลับเบิ้ล บิลลี่ อาร์เทอโร่ และสเน็ค ชอบทำตัววุ่นวายแกล้งชาวเองทาว์นสวิล

เซดูซ่า  เซดูซ่าเป็นผู้หญิงหน้าตาน่ารักหรออออออ  ครั้งหนึ่งเธอหลอก ศจ.ยูโทรเนี่ยมให้หลงรัก พอ ศจ.ยูโทรเนี่ยมไม่ได้อยู่กับพวกเด็ก ๆ ก็เผยโฉมให้เด็ก ๆ รู้ พอตกดึกเธอก็จะกลายเป็นเซดูซ่าออกไปขโมยของซึ่งนั่นก็คือเครื่องอัญมณีของท่านนายกเทศมนตรี

โรดี่รัฟ บอย  เด็กชายทั้ง 3 คน ที่โมโจสร้างขึ้นมา อายุ 5 ขวบ สร้างมาจากขนผู้ชายแข็งแรง หอยทาก และสารเคมีเอ็กซ์ สมาชิก คือ บริค(สีแดง) บูมเมอร์(สีฟ้า) บุช (สีเขียว) โมโจ โจโจ้สร้างพวกเขาขึ้นมาเพื่อต่อกรกับกลุ่มพาวเวอร์พัฟฟ์เกิลส์ จากความล้มเหลวของโมโจ โจโจ้ ที่ไม่สามารถทำลายกลุ่มพาวเวอร์พัฟฟ์เกิลส์และเมืองทาวน์วิลล์ทั้งหมด 3 ครั้ง ได้สำเร็จ และกลุ่มโรดี่รัฟ บอย มีพลังซุปเปอร์พาวเวอร์เหมือนพาวเวอร์พัฟฟ์เกิลส์ อีกด้วย




ส่วนตัวละครประกอบอื่นๆ ก็คือ




นายกเทศมนตรี (Mr.Mayor)    เป็นนายกตัวเล็ก เวลาที่เกิดปัญหาจะเรียกพาวเวอร์พัฟฟ์เกิลส์ด้วยโทรศัพท์สายด่วนอยู่เสมอ แม้แต่ปัญหาเล็ก ๆ เช่น เปิดฝาโถแตงกวาดองไม่ออก ชอบแตงกวาดองมาก นางคงมีความฝันอยากจะแต่งงานกับแตงกวาดอง  





Ms. Sara Bellum (ซาร่า เบลลัม)  เลขาของนายกเทศมนตรี เป็นผู้ช่วยนายกทุก ๆ เรื่อง แต่จะไม่เห็นหน้าเธอเลย ตอนนี้ก้ได้แต่สงสัยเรื่องหน้าของนางมีแต่ผมฟูๆ หรือว่านางจะเป็นมนุษย์ขนนะ







 คุณครูคีนน์ (Ms.Keane)  ครูประจำชั้นของกลุ่มพาวเวอร์พัฟฟ์เกิลส์ เป็นครูที่เหล่าเด็กๆ ชื่นชมมาก และเคยเป็นคู่รักของ ศจ.ยูโทรเนี่ยม มาก่อนและเลิกกันในเวลาต่อมา

วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Week 8 : Review/แนะนำการใช้งาน 1 โปรแกรม

Week 8 : Review/แนะนำการใช้งาน 1 โปรแกรม
My Homework Application
คือแอพสำหรับผู้ที่ต้องการจดการบ้านหรือชอบลืมการบ้านบ่อยๆค่ะ
วิธีใช้งานกับฟังก์ชั่นต่างๆก็จะมีประมานนี้นะค่ะ


ฟังก์ชั่นต่างๆค่ะ

นี่คือตัวอย่างที่ได้บันทึกการบ้านไปแล้วค่ะ

เมื่อทำการบ้านชิ้นนั้นเสร็จก็สามารถขีดงานนั้นออกได้




กำหนดวันที่ต้องส่งงานค่ะ


กำหนดชนิดของการบ้านค่ะ





และยังสามารถเลือกว่าจะให้แจ้งเตือนก่อนวันส่งกี่วันได้ด้วยค่ะ
และนี่ก็ถือเป็นหนึ่งในแอพที่นักเรียนส่วนใหญ่ควรจะมีไว้ใช้กันจะได้ไม่ลืมทำการบ้านค่ะ ^-^
ใครสนใจก็สามารถโหลดได้ทั้ง play store และ app store เลยนะค่ะ

Credit : เขียนเองหมดเลยค่ะ รูปก็แค็ปมาจากโทรศัพท์ ^-^


วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

week 7 คอมพิวเตอร์เเละระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

สวัสดีคร่าาาาาาาาทุกๆท่าน เจอกันอีกเเล้วในวีคที่7 วันนี้เราจะมาพูดกันเรื่องระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
มาดูที่ความหมายของมันกันค่ะ ความหมายของคำว่า"เครือข่าย" ก็คือ เครือข่ายที่มีการเชื่อมถึงกันในระยะใกล้หรือที่เรียกว่า local กับเครือข่ายที่เชื่อมถึงกันแบบระยะไกลหรือที่เรียกว่า remote นั่นเอง การเชื่อมโยงเเบบระยะไกลนั้น จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาการสื่อสารทางคมนาคมเพื่อให้ส่งข้อมูลระยะไกลได้ 




เราจะมาเข้าเรื่องหลักๆของเรากัน 
รู้ไหมว่าเครือข่ายคอมพิวเตอร์คืออะไร ?
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ คือ การนำกลุ่มคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ มาเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่าย โดยใช้สื่อกลางซึ่งเป็นสายเคเบิลหรือคลื่นวิทยุเป็นเส้นทางการลำเลียงข้อมูลเพื่อสื่อสารระหว่างกัน และการที่เครือข่ายสามารถเชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียวได้ก็เพราะระบบปฏิบัติการเครือข่าย ซึ่งจัดเป็นซอฟต์แวร์ระบบที่สำคัญที่นำมาใช้เชื่อมโยงอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เข้าด้วยกัน และทำหน้าที่บริหารจัดการทรัพยากรบนเครือข่ายอย่างเป็นระบบ ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าใช้งานทรัพยากรร่วมกันบนเครือข่ายได้อย่างสะดวก

และประโยชน์ของมันล่ะ ประโยชน์ของเครือข่ายมีอะไรบ้างน้าา
อย่างเเรกเลยก็คือ เป็นการใช้ทรัพยากรร่วมกัน เเถมยังช่วยลดต้นทุน เพิ่มความสะดวกสบายในด้านการสื่อสารเเละยังมีความรวดเร็วอีกด้วย เเละสุดท้ายที่จะยกตัวอย่างก็คือมีความน่าเชื่อถือเเละมีความปลอดภัยของระบบค่าาาา


เรามาดูประเภทของเครือข่ายกัน
ประเภทของเครือข่าย (Categories of Networks)

เครือข่ายท้องถิ่น (Local Area Network: LAN)
เครือข่ายท้องถิ่นเป็นเครือข่ายส่วนบุคคล ที่มีการลิงค์เชื่อมโยงระหว่างพีซีคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เพื่อการใช้งานร่วมกัน เครือข่ายท้องถิ่นอาจมีเพียงพีซีคอมพิวเตอร์เพียง 2 เครื่องเพื่อใช้งานตามบ้านเรือน หรือเชื่อมโยงพีซีคอมพิวเตอร์เป็นร้อยเครื่องสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ โดยจะครอบคลุมระยะทางไม่กี่กิโลเมตร
เครือข่ายท้องถิ่นหรือมักเรียกสั้น ๆ ว่า เครือข่ายแลน นั้น ได้รับการออกแบบมาเพื่ออนุญาตให้สามารถแชร์ทรัพยากรบนเครือข่ายร่วมกันได้ เช่น การแชร์ข้อมูล โปรแกรม และเครื่องพิมพ์ เป็นต้น

เครือข่ายระดับเมือง (Metropolitan Area Network: MAN)
เป็นเครือข่ายที่มีขนาดระหว่างเครือข่ายแลนและเครือข่ายแวน ซึ่งปกติจะครอบคลุมพื้นที่ภายในเมืองหรือจังหวัด โดยเป็นเครือข่ายที่ออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อใช้งานเพื่อการสื่อสารความเร็วสูง

เครือข่ายระดับประเทศ (Wide Area Network: WAN)
เครือข่ายระดับประเทศหรือเครือข่ายแวนสามารถส่งผ่านข้อมูลได้ระยะไกล  สามารถสื่อสารข้ามประเทศหรือข้ามทวีปได้ เครือข่ายแวนอาจมีสายแกนหลักจำนวนมากกว่าหนึ่งเส้นที่นำไปใช้เชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ต
นอกจากขนาดของเครือข่ายที่สามารถเชื่อมโยงได้ไกลข้ามประเทศอย่างเครือข่ายแวนแล้ว สื่อส่งข้อมูลที่ใช้ในเครือข่ายแวนก็มีหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นสายโทรศัพท์ สายเคเบิล รวมถึงการสื่อสารผ่านดาวเทียม เป็นต้น

อินเทอร์เน็ต (The Internet)
อินเทอร์เน็ตจัดเป็นเครือข่ายสาธารณะ (Public Network) ที่ได้เข้ามามีบทบาทต่อการดำเนเนชีวิตปัจจุบันของมนุษย์ในยุคนี้ จึงทำให้รูปแบบธุรกิจเดิมที่เคยดำเนินการอยู่ จำเป็นต้องเปลี่ยนรูปแบบด้วยการใช้ช่องทางการจำหน่ายผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อสร้างทางเลือกและความสะดวกในด้านการบริการแก่ลูกค้า โดยลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าหรือบริการผ่านทางเว็บไซต์ ทั้งนี้มิได้จำกัดเพียงลูกค้าภายในประเทศ แต่นั่นหมายถึงลูกค้าทั่วโลกที่สามารถเข้าใช้บริการนี้ผ่านทางเว็บไซต์
อินเทอร์เน็ตประกอบด้วยเครือข่ายที่หลากหลาย ดังนั้นอุปกรณ์ที่เรียกว่า เร้าเตอร์ (Router) จึงถูกนำมาใช้เพื่อการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายเข้าด้วยกัน เร้าเตอร์จัดเป็นอุปกรณ์สำคัญของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทีเดียว เพื่อใช้สำหรับกำหนดเส้นทางบนเครือข่าย



วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

week 6 วิเคราะห์ข้อสอบ Onet คอมพิวเตอร์ 5 ข้อ

วิเคราะห์ข้อสอบ Onet คอมพิวเตอร์ 5 ข้อ




 1.  สื่อกลางที่ใช้มากในการสื่อสารข้อมูลในระบบเครือข่ายแลนคือข้อใด
        
      1. สายคู่บิดเกลียว        2.  สายโคแอกเชียล    3. สายเส้นใยนำแสง    4. สายโทรศัพท์

เฉลย ตอบข้อ ข้อ 1. เพราะว่า สายคู่บิดเกลียว (twisted pair) ประกอบด้วยเส้นลวดทองแดงที่หุ้มด้วยฉนวนพลาสติก 2 เส้นพันบิดเป็นเกลียว ทั้งนี้เพื่อลดการรบกวนจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากคู่สายข้างเคียงภายในเคเบิลเดียวกันหรือจากภายนอก เนื่องจากสายคู่บิดเกลียวนี้ยอมให้สัญญาณไฟฟ้าความถี่สูงผ่านได้ สำหรับอัตราการส่งข้อมูลผ่านสายคู่บิดเกลียวจะขึ้นอยู่กับความหนาของสายด้วย กล่าวคือ สายทองแดงที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้าง จะสามารถส่งสัญญาณไฟฟ้ากำลังแรงได้ ทำให้สามารถส่งข้อมูลด้วยอัตราส่งสูง โดยทั่วไปแล้วสำหรับการส่งข้อมูลแบบดิจิทัล สัญญาณที่ส่งเป็นลักษณะคลื่นสี่เหลี่ยม สายคู่บิดเกลียวสามารถใช้ส่งข้อมูลได้ถึงร้อยเมกะบิตต่อวินาที ในระยะทางไม่เกินร้อยเมตร เนื่องจากสายคู่บิดเกลียว มีราคาไม่แพงมาก ใช้ส่งข้อมูลได้ดี จึงมีการใช้งานอย่างกว้างขวาง

2.  อุปกรณ์ชนิดใดต่อไปนี้สามารถบันทึก ลบ และบันทึกข้อมูลซ้ำได้

 1.    แผ่นซีดีรอม                               2.    แผ่นซีดีอาร์
 3.    แผ่นดีวีดีรอม                             4.    แผ่นซีดีอาร์ดับบลิว

เฉลย ตอบข้อ 3. แผ่นซีดีอาร์ดับบลิวสามารถบันทึกข้อมูลซ้ำได้ ส่วนแผ่นซีดีรอม ซีดีอาร์ ดีวีดีรอม ไม่สามารถลบข้อมูลได้

3. ข้อใดเป็นระบบปฏิบัติการทั้งหมด
  1.   Unix , Mac OS , Microsoft Office
  2.   inux , Windows , Mac OS , Symbian
  3.   PDA , WWW , Linux , Windows
  4.  BIOS , Symbian , IPX , RAM

เฉลย ตอบข้อ 2. เพราะ  ทั้งหมดที่กล่าวมา ไม่ว่าจะเป็น Linux , Windows , Mac OS หรือ Symbian  ล้วนเป็นระบบปฏิบัติการทั้งหมดค่ะ

4. ความละเอียดของจอภาพสามารถบอกได้ด้วยปัจจัยใด

  1. CRT
  2. Dot pitch
  3. Refresh rate
  4. Color quality

เฉลย ตอบข้อ 2. Dot pitch หมายถึงระยะระหว่างกลุ่มของจุดสีแดง เขียว และน้ำเงิน (triad) ในจอมอนิเตอร์สีและมักมีหน่วยวัดเป็นมิลลิเมตรจอที่มีความละเอียดสูงขึ้นหมายถึงจะต้องมีขนาดของจุดบนจอเล็กลง ซึ่งถ้าระยะ Dot pitch มากเกินไปภาพที่ปรากฏบนจอจะดูหยาบและเกิดรอยหยักเล็กๆทำให้ภาพที่เห็นขาดความเนียนและความต่อเนื่องถ้าเล็กกว่านี้ก็จะยิ่งได้ภาพที่ละเอียดคมชัด จอ CRT แบบแบนมีค่า Dot pitch สำหรับความละเอียดที่จะใช้งานอยู่ระหว่าง 0.24-0.25มม. หรืออย่างมากก็ไม่เกิน 0.28 มม. ซึ่งมีค่าไม่เกินกว่าเกณฑ์ที่แนะทั้งสิน สรุปว่าค่านี้ยิ่งน้อยยิ่งดีรายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของจอ

5.  ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับหน่วยความจำหลักของคอมพิวเตอร์

 1.  หน่วยความจำหลักประกอบด้วย แรม รอม และซีพียู  
 2. หน่วยความจำรอม เป็นชุดคำสั่งที่ติดตั้งแบบไม่ถาวร
 3.   ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มเติมชุดคำสั่งในหน่วยความจำรอมได้
 4.  ข้อมูลต่างๆ ที่อยู่ในแรมจะหายไปหากไม่มีไฟฟ้าหล่อเลี้ยงระบบ

เฉลย ตอบข้อ 4. เพราะหน่วยความจำแรม เป็นหน่วยความจำแบบลบเลือนได้ โดยจะต้องอาศัยกระแสไฟฟ้าในการแสดงข้อมูลหากปิดเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วเปิดเครื่องใหม่ ข้อมูลนั้นก็จะสูญหายไปไม่สามารถนำกลับมาได้


ที่มา
http://www.phanphit.ac.th/ppk/node/119
http://forum.02dual.com/examfile/334topic/06Art50.pdf
http://powermail.exteen.com/20070608/display-monitor
http://online.theactkk.net/system_news/userfiles/image/Colum%20Tip%20Tac/30-1-57/test-scholarship5.jpg
http://it.benchama.ac.th/ebook/files/pg7_9.htm
https://sites.google.com/site/teachniccom/content5

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

week 5 เรื่องที่นักเรียนสนใจ : จะสอบมาฟิตจดโน๊ตกัน

    สวัสดีค่าาาา J  วันนี้เราจะมาเเนะนำเทคนิคการจดโน๊ตเเละเเนะนำเทคนิคการเรื่องการอ่านหนังสือมาฝากค่าาาา อ๊ะ!!! เห็นว่าเป็นเรื่องเรียนเเล้วอย่าเพิ่งหนีกันไปน้าาเพราะว่ามันมีความรู้เเละมีสาระมาก อยากให้ได้ลองอ่านกันดูเว้ย คือดีจริิงใช้ได้จริงสนุกด้วย เค้าคอนเฟิร์มค้าาาา

 

       เรารู้ว่าทุกคนมีปัญหาเรื่องการเรียนด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเรียนไม่รู้เรื่อง อ่านเองไม่เข้าใจ หรือไม่มีวิธีการจำเเบบเกร๋ๆ จะจดโน๊ตยังไงให้เข้าสมอง เเละอันนี้สำคัญมากมากกกกกกเรื่องว่าเป็นปัญหาระดับชาติเลยก็ว่าได้ ก็คือ อาการคิดอะไรไม่ออกถ้าถึง Deadline ก็คือนิสัยที่ชอบอ่านหนังสือก่อนสอบวันเดียวหรือการปั่นงานที่ต้องส่งพรุ่งนี้ตอนเที่ยงคืนนั่นเอง 555555 เรารู้ว่าเป็นเพราะเราก็เป็นเหมือนกัน เราจะมาเเก้ไขปัญหานี้ไปพร้อมกันค่ะ  1 2 3 สู้!!


เริ่มกันเนอะ จดโน๊ตยังไงให้เวิร์คให้เข้าใจให้เป็นตัวเรา
อย่างเเรกเลยเราก็เลือกเเบบการจดโน๊ตก่อนว่ามันเข้ากับเราไหมทำเเบบไหนเเล้วรู้รู้สึกว่าโอ๊ยยยโคตรใช่เลย เราก็มีมาเเนะนำหลายเเบบค่ะ ไม่ว่าจะเป็นจดในสมุดธรรมดา เป็นการ์ด เป็นโปสเตอร์ เเบบคอร์เนล หรือจะเป็นเเบบ mind mapping นะคะ 




ก่อนเราจะเริ่มเขียนโน๊ตกัน มีอะไรบ้างที่จำเป็น อย่างเเรกต้องสมุดจดหาซื้อได้ตามทั่วไปค่ะ เชื่อว่ามีที่ถูกใจใครหลายคนชัวๆ มีทั้งเเบบเรีนบง่าย มีลาย มีเส้นมีตาราง โอยยยเยอะเเยะมากมายลองไปเลือกๆดู
อย่างที่สองก็คือปากกาดิสอ สี บลาบลาๆที่บางคนก็มีมากจนสามารถเปิดร้านขายเครื่องเขียนได้ เเล้วเราก็เลือกfont ที่เราอยากให้มันปรากฎไว้บนสมุดของเราค่ะ พูดเหมือนง่ายนะะ มันก็ง่ายนะในวันเเรกอ่ะ วันที่2345 จะยากมากเพราะไฟหมด เห้ยยยอย่าเพิ่ง!! ลองดูกันก่อนนะ

มาดูที่เเบบแรกกัน cornell note- Taking อันนี้เราเอามาจาก ig : littleblogforstudy ค่ะ 
ซึ่งเป็นวิธีการจดเลคเชอร์เเบบมหาวิทยาลัยคอร์เนล 
วิธีการก็ง่ายๆค่ะ เริ่มโดยการเเบ่งกระดาษออกเป็น3ส่วน ตามภาพ เป็น 

1. Note-taking area เอาไว้จดทุกอย่างเท่าที่เราจะจดค่ะ เหมือนจดเนื้อหารายละเอียต่างๆที่สำคัญมากๆ
2. Cue column เอาไว้จด keyword เเละคำถามที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งหมดของเนื้อหาที่เรากำลังจดหรือเรียนอยู่ หลักๆเลยคือส่วนที่เราสามารถเล่าเป็นลำดับๆให้คนอื่นเข้าใจได้
3. summary area ตรงนี้เอาไว้จดหลังจากที่เราเรียนเสร็จเเล้ว กลับมาทบทวนหรือความรู้สึกข้อคิดเห็นคำถามต่างๆ

ต่อไปคือเเบบ mind mapping นะคะ


จริงๆ ไอmind map เนี่ยยทำมาตั้งเเต่เด็กยันโตเลยย ท่าทางจะเบื่อเเละไม่อยากทำมันมากเลยใช่ไหม เวลาที่ครูสั่งชิ้นงาน mind mapเนี่ยเเทบอยากจะกระโดดลงตึกไปเร็วๆ ถ้าคุณคิดเเบบนั้นคุณคิดถูกเเล้วค่ะ55555 เเต่ความจริงเเล้วมันมีคุณสมบัติที่ดีกว่าที่เราคิดน้าา เพราะมันเป็นการสรุปที่ครบเครื่องมากๆเเล้วก็ทำให้เราเข้าใจภายในครั้งเดียว ยิ่งเวลากลับมาดูกลับมาทบทวนอีกครั้งนี่เป็นอะไรที่ไวต่อสมองยิ่งกว่ากินเปปทีนอีกนะคะ 
ข้อเเนะนำเพิ่มเติมสำหรับการทำ mind map ก็คือ เวลาที่เราเเตกกิ่งมันออกมาเนี่ยเราควรที่จะให้กิ่งนั้นๆเป็นสีเดียวกัน เเล้วกิ่งย่อยเเต่ละหัวข้อก็ควรเป็นสีเดียวกัน เพื่อเเยกไม่ให้เเต่ล้ะกิ่งเเต่ละหัวข้อมันปนกันนั่นเอง
                                                                 
ต่อไปขอนำเสนอนี่เลยยยยย วิธีการจดศัพท์เเละท่องศัพท์ค่า 


  index cards or flash cards 

 

มันคือการ์ดคำศัพท์นั่นเอง เราจะเเบ่งออกมาเป็น 3 กลุ่ม 
1. กลุ่มนี้เอาไว้เเยกคำศัพท์ที่เรารู้อยู่เเล้ว เเบบเเม่นๆเลย
2. กลุ่มนี้คือคำที่เรายังท่องผิดๆถูกๆมั่วบ้างฟลุ๊คบ้าง
3. ส่วนกลุ่มสุดท้ายเป็นคำศัพท์เเปลกไม่ คือคำไรอ่ะไม่รู้เลยไปอยู่ที่ไหนมา เป็นกลุ่มที่เราจะพยายามพกไปทุกที่ไม่เว้นเเต่ห้องน้ำค่ะ เราจะท่องมันจนกว่ามันจะย้ายปอยู่กลุ่มเเรกค่ะ

    poster/sticky notes


อันนี้เป็นเเบบที่คนใช้เยอะเป็นที่นิยมค่ะ ก็คือเขียนคำศัพท์ไว้ที่โพสต์อิทเเล้วก็เเปะไว้ทั่วบ้านค่ะ คัลเลอร์ฟูสุดๆ 

ส่วนขั้นตอนสุดท้ายที่เอามาเเนะนำก็คือ ตีตารางในสมุด หรือจะซื้อสมุดเเบบตารางก็ได้ค่ะ
วิธีทำมีดังนี้ ตีตารางเป็นช่องตามต่อไปนี้



  • part of speech 
  • prefix/suffix : อย่างเช่นคำว่า ject เราก็เเยกคำศัพท์ออกมาเป็น object,reject,eject เป็นต้น
  • synonym / antonym 
  • similar meaning : increase = extend, expand, accelerate, reinforce, intensify
  • เเบ่งเป็นหมวด sports = tennis, football, basketball 

ความขี้เกียจที่ใครๆก็มี เราเข้าใจว่าการก้าวผ่านความขี้เกียจที่สูงเท่าต้นถั่วในเเจ็คผู้ฆ่ายักษ์ (หืมมมสูงไปป่ะ) มันไม่ยากเว้ยเเต่ยากมาก มาดูกันว่าเราจะพิชิตมันได้ยังไง

  • หากไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนเริ่มยังไงดี ให้เราเขียนสิ่งที่เราจะทำเช่นการบ้านการสอบการอ่านหนังสือ กำหนดเวลาเริ่มเเละกำหนดเวลาทำให้เสร็จให้เรียบร้อย พยายามทำงานให้เสร็จก่อนช่วงสอบก็ได้ไม่ต้องเครียดไม่ต้องปั่นงานกับอ่านหนังสือสอบพร้อมกัน
  • สิ่งที่อ่านอยู่มันเกินจะทนเเล้วจริงๆ มันไม่ไหวมันไม่ใช่ มันจะหลับเอาให้ได้ ควรทำยังไง? เราก็ควรทำตัวให้แอคทีฟอยู่ตลอดพยายามคิดว่ามันคืออะไรทำอะไรที่ไหนยังไง หรือไม่ก็ทำเป้นเรื่องเเล้วติวให้เพื่อนก็น่าะเป็นวิธีที่ดีนะคะ
  • บางทีถ้าเราึู้สึกท้อรู้สึกเหนื่อยรู้สึกเหมือนไม่รู้ว่าที่กำลังทำอยู่นั้นทำไปเพื่ออะไร เเค่เราคิดถึงพ่อเเม่เราอ่ะมันก็ทำให้เราหายเหนื่อยเเล้วอยากจะสู้อีกครั้งนะ เราเชื่อว่าความขี้เกียจของเราไม่มีวันเอาชนะความพยายามของเราได้หรอก 


ของเเถม

รีวิวการเขียนไดอารี่ประจำวัน หลายๆคนคิดว่าการเขียนไดอารี่นี่เป็นยุคพ่อเเม่เท่านั้นที่รุ่งเรื่อง ตอนนี้คงล่มสลายเพราะยุคสมาร์ทโฟนเข้ามาเเทนที เเต่ถ้าโดยความรู้สึกนะมันต่างกันมากอะ มันเหมือนเป้นความรู้สึกของเราวันต่อวันที่ออกมาากความคิดของเราจริงๆว่าวันนี้เราเจออะไรมาบ้างเรารู้สึกยังไง เป็นเเบบไหนทำอะไรไม่ดีมาอยากจะเเก้ไขอะไรบ้างผ่านตัวอักษรที่เขียนลงไปได้อยากอิสระ ไม่ใช่การพิมการเเชทเล่าเรื่องให้เพื่อนฟัง จริงๆเเชทกับเพื่อนมันก็สนุกนะเรื่องราวจากที่เฉยๆก็กลายเป็นตื่นเต้นเร้าใจยกกำลังสองได้อะ เเต่มันก็คงต่างจากเขียนไดอารี่



ตรงที่มันมีความเป็นส่วนตัวเป็นตัวเอง เป็นความคิดของเราล้วนๆที่เราเองบางทีก็ไม่สามารถเล่าให้คนอื่นฟังได้ หรือไม่ต้องมานั่งกังวลว่าคำพูดนี้จะทำให้ใครต้องเจ็บปวดไหม ตัวหนังสือพวกนั้นเหมือนทำให้เรากลับมาทบทวนความรู้สึกของตัวเองในเเต่ละวันเพื่อที่ะเเก้ไขตัวเองไปเรื่อยๆ 











อยากให้เพื่อนๆที่เข้ามาอ่านได้ลองทำดูนะ คือลองทำเเล้วเว้ยมันดีจริงๆเลยเอามาฝากกัน ชีวิตเปลี่ยนจริงนะเเกรรรรรรร <3

ต้องขอขอบคุณ littleblogforstudy ทั้งรูปภาพเเละคำเเนะนำ เป็นไอจีที่เเนะนำเกี่ยวกับการเรียนคือดีมากอ่ะะะ มีเเต่คำเเนะนำดีดีทั้งนั้นน กราบงามๆๆ ไปฟอลสิคะรออะไรอยู่